The Pianist

เห็นเรื่องนี้อยู่ในห้องสมุดนานละ คิดจะยืมมาดูแล้วไม่ได้ยืมมาหลายทีจนเพิ่งได้ดูวันก่อน รู้สึกว่าตัวเองพลาดมากกกกก ที่รู้จักเรื่องนี้ช้าไป เอนทรี่นี้สปอยเนื้อเรื่องนะคะ 🙂 หนังเรื่องนี้ based on true story จากชีวิตของ Wladyslaw Szpilman นักเปียโนเชื้อสายยิวที่อาศัยอยู่ในโปแลนด์ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อเยอรมันเริ่มก้าวเข้ามาในวอร์ซอ  ครอบครัวชปิลมันเริ่มเผชิญกับสภาวะสงครามที่เริ่มตั้งแต่การจำกัดสิทธิ์ต่างๆของชาวยิว ตั้งแต่เรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างเข้าไปใช้สวนสาธารณะไม่ได้ จำกัดเงิน ให้ติดเครื่องหมาย ต้องย้ายจากบ้านไปอยู่ใน Ghetto (สำหรับยิวโดยเฉพาะ)  ชปิลมันพยายามอย่างที่สุดที่จะรักษาทุกคนในครอบครัวไว้  แม้ในสภาพนั้นจะพบเห็นคนอดอยาก คนตายรายล้อมทุกวัน แต่เขาก็ยังสู้เพื่อให้ครอบครัวทุกคนได้อยู่ด้วยกัน จนกระทั่งในวันที่ทั้งครอบครัวถูกต้อนขึ้นรถไฟ…ในตอนนั้นทุกคนคงยังไม่คาดคิดว่าที่สุดปลายทางนั้นมีอะไรรออยู่ อาจมีบางคนคิดจะต่อต้านด้วยเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเขาไร้กำลัง ไร้อาวุธที่จะสู้กับเหล่าทหารเยอรมันได้  ในนาทีสุดท้าย…เพื่อนที่ได้รับหน้าที่เป็นฝ่ายทหารยิวดึงชปิลมันออกมา ช่วยชีวิตเขาไว้ในขณะที่ทั้งครอบครัวมุ่งหน้าสู่ความตาย ในความเป็นผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่ ชปิลมันพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชีวิตรอดในวอร์ซอ ทั้งหลบซ่อนเสี่ยงตายหลายต่อหลายครั้ง เป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทั้ง Warsaw Ghetto Uprising และ Warsow Uprising  ซึ่งอีกครั้ง..เขารอดชีวิตและทำได้เพียงเฝ้ามองเหตุการณ์ภายในห้องเล็กๆ  นานนับปีที่ต้องหลบซ่อน เจ็บป่วยแทบตาย หลบหนีจากที่หนึ่งไปยังอีกที่ราวสัตว์ป่าซ่อนตัว ชีวิตไร้ซึ่งความรัก..และดนตรี ที่อยากเล่นอย่างไรก็ทำไม่ได้เพราะไม่อาจเสี่ยงให้มีเสียงดัง กระทั่ง ในวันหนึ่งชปิลมันหลบเข้าไปในบ้านและเจอ SS นายหนึ่งเข้าอย่างไม่รู้ตัว (ตอนกล้องแพนไปเจอนี่เผลออุทานว่า Scheiße!) … More The Pianist

The Boy in the Striped Pajamas

  “Childhood is measured out by sounds and smells and sights, Before the dark hour of reason grows.” –    John Betjeman        เนื่องจากเพิ่งจองตั๋วไป Krakow มา ก็เลยขุดหนังที่เคยอยากดูแล้วยังไม่ได้ดูขึ้นมาเรียกอารมณ์ซักหน่อย ตั้งใจว่าอาจจะค่อยๆเขียนบล็อคหนังที่เกี่ยวกับค่ายกักกันเท่าที่ดูมาเก็บไว้ก่อนจะได้ไปดูของจริง เมื่อคืนก็เลยเลือก ‘เด็กชายในชุดนอนลายทาง’ ขึ้นมาก่อนค่ะ บล็อคนี้เล่าเรื่องราวจนถึงตอนจบของหนัง หากอยากดูเองเพื่ออรรถรสก็ข้ามได้ค่ะ เรื่องเปิดตัวที่เบอร์ลิน ในครอบครัวที่ดูมีฐานะครอบครัวหนึ่ง ราล์ฟ ผู้เป็นพ่อเป็นนายทหารสำคัญที่กำลังได้โปรโมทไปทำหน้าที่สำคัญยิ่ง…ทำให้ครอบครัวต้องย้ายไปอยู่ที่นั่นด้วย ทั้งเอลซ่าผู้เป็นแม่ เกรเทลพี่สาววัยสิบสองปี และน้องชายบรูโน่วัยเพียงแปดขวบ (นำแสดงโดยน้องอาซา ขวัญใจเราจาก Hugo และเอนเดอร์ เพิ่งได้ดูหนังตอนน้องเด็กกว่านั้นเนี่ยแหล่ะ )  บรูโน่ดูเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่หาที่ทางของเขาในบ้านใหม่ที่บรรยากาศแสนจะกระด้างนี้ไม่เจอ เขาเป็นเด็กชอบผจญภัย แต่ต้องถูกจำกัดให้เล่นอยู่เพียงแต่ในบ้าน ทั้งๆที่ไม่ห่างกัน หน้าต่างห้องนอนยังมองเห็นทั้งคน..ทั้งเด็ก..ในฟาร์มแท้ๆ ผู้คนที่นั่นก็แสนประหลาด กลางวันแท้ๆยังใส่ชุดนอน … More The Boy in the Striped Pajamas

Harry Potter and the Cursed Child

ไม่ได้จองหนังสือล่วงหน้า แอบจินตนาการว่าเฮ้ย มันต้องมีคนซื้อเยอะแน่เลยโน่นนี่ ภาพจริงตัดมา เดินเข้าร้านหนังสือมุม Neu มีตั้งหนังสือวางไว้ เข้าไปดูพร้อมน้องคนนึง หยิบชิวๆไปจ่ายตัง โอ้ว…นี่มันต่างกับภาพการวางแผงของแฮร์รี่ที่เคยคิดไว้ลิบลับ (ฮา)  แต่แน่ล่ะ มันอาจจะไม่ได้พีคเพราะเล่มนี้ไม่ใช่ภาคต่อที่เขียนโดยเจเคโดยตรงด้วย เป็นบทละครเวทีที่จะแสดงแค่ในอังกฤษ (ซึ่งตั๋วเต็มไปปีหน้าแล้วมั้งนั่น) ก็ได้ข่าวเรื่องละครเวทีมาซักพักใหญ่ แต่เนื่องจากคิดว่าคงไม่ได้ไปดูอยู่ดีก็เลยไม่ได้สนใจจะดูแคสท์นักแสดงเท่าไหร่ จนรู้ว่าจะมีหนังสือก็เลยไม่ดูแคสท์ไปเลยจะได้ไม่ติดภาพ เพิ่งกลับมาดูภาพหลังอ่านจบนี่เองแหล่ะ  ไม่รู้คนอื่นคิดเหมือนกันมั้ย แต่การแคสท์เฮอร์ไมโอนี่ผิวสีนี่ทำเราสตันท์ไปเหมือนกัน จริงที่เจเคไม่เคยระบุผิวของเฮอร์ไมโอนี่ไว้ แต่ตอนคัดตัวนักแสดงภาคแรกป้าก็ดูด้วยมิใช่ฤา คิดว่านักแสดงก็คงเล่นดีสมกับที่ได้รับบทมา แต่เราคงยึดติดกับเวอร์ชั่นเอ็มม่าไปหน่อยนั่นเอง (ที่จริงเราคิดว่าเอ็มม่าสวยเกินบทไป 555) ระหว่างอ่านนักแสดงที่มีในภาคเดิมในหัวเราก็จะเป็นเซตตามหนังหมดเลย พอมาดูแคสท์อัลบัสกับสกอร์เปียส เออ เราว่าดูโอเคเลยนะ ส่วนคนอื่นๆ อืมมม เรานึกภาพแฮร์รี่แก่ตัวลงไปขนาดนั้นไม่ค่อยอินจริงๆ T___T ขอดิฉันมโนกับภาพของแดนแทนละกันนะครัช ภาษาที่ใช้ อ่านง่าย ไม่บรรยายมาก ใครอยากอ่านฝึกภาษาเล่มนี้ก็โอเคเลยล่ะ เราใช้เวลาอ่านประมาณสี่ชม. ในขณะที่ถ้าเป็นแฮร์รี่ความหนาเท่ากันคงนานกว่านี้ เพราะบทบรรยายต่างๆมันจะสั้น ให้ภาพแบบคิดฉากละครเวที บรรทัดว่างเวลาเป็นบทพูดตัวละครงี้ ถ้าตัดบรรทัดมาเป็นแบบเวลาอ่านแฮร์รี่จริงๆน่าจะมีความหนาเท่าเล่มหนึ่งได้มั้ง 😛 ความสนุก โอเคนะ มีการย้อนรำลึกถึงตัวละครที่เราคิดถึงหลายๆตัว แต่…บางส่วนเรารู้สึกเหมือนมันคือแฟนฟิคชั่น แบบว่าถ้าเกิดในโลกที่สเนปยังอยู่จะเป็นยังไง ถ้าเกิดแฮร์รี่แพ้จะเป็นยังไง อะไรทำนองนั้น หลายๆตัวละครทำให้เรารู้สึกเหมือนเอ็งโตมาเป็นคนแบบนี้เหรอวะ ? … More Harry Potter and the Cursed Child

ซากุระบานที่ Schwetzingen Schloss

อาทิตย์ที่ผ่านมามีทริปด่วนจานร้อนที่สุดในชีวิต แบบเสาร์เย็นเปิดตารางหารถไปกลับ เดินทางวันอาทิตย์เช้ากลับเย็น …เพราะรูปซากุระบานแท้ๆเลยเชียว  ตามปกติถ้าพูดถึงซากุระในเยอรมันเราจะนึกถึง Bonn มากกว่าเมืองอื่นๆ แต่พอมาเห็นรูป..โอ้ย อยากไปมากกก เราไม่เคยได้ยินชื่อเมือง Schwetzingen มาก่อนเลย พอมาค้นข้อมูลดูถึงรู้ว่าเป็นเมืองอยู่ใกล้ๆกับ Heidelberg / Mannheim การเดินทางจาก Mannheim Hbf ขึ้นรถไฟไปสามสถานี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที  (เราซื้อตั๋ว single ticket เพราะว่าแพลนทั้งวันไม่ได้ไปเมืองอื่นๆต่อซื้อตั๋วรัฐไม่คุ้ม มี Bahncard ราคาต่อเที่ยวลดจาก 4 เหลือ 3 ยูโร)  คิดว่านี่น่าจะเป็นสวนซากุระที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของเยอรมันเหมือนกันค่ะ ออกจากสถานีรถไฟ เดินตามป้าย Schloss จะเห็นปราสาทส้มอ่อนอยู่ไกลๆ นั่นแหล่ะ จุดหมายของเรา! ใกล้ๆปราสาทมีร้านอาหารตั้งอยู่หลายร้าน บรรยากาศน่านั่งมาก โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงที่มี Spargel งอกงาม ซึ่งเมืองนี้เป็นเมืองแห่งหน่อไม้ฝรั่งนี่เลยทีเดียว (เค้าเคลมว่าเจ้า Spargel นี่ปลูกในสวนของวังตั้งแต่สมัยกลางศตวรรษที่ 17 แต่ก่อนเป็นอาหารของชนชั้นสูงเลยทีเดียว) ทุกร้านเลยมีเมนูพิเศษของ Spargel ค่ะ … More ซากุระบานที่ Schwetzingen Schloss

The Cologne Carnival (Kölner Karneval)

เมื่อวานไปซื้อหลอดไฟอ่านหนังสือมาเปลี่ยนที่ห้อง แล้วได้เห็นป้ายวันหยุดของร้านในช่วง Carnival พอดี เลยนึกได้ว่านี่มันถึงเวลาแล้วสินะ เคยเสิร์ชข้อมูลไว้ยังไม่ได้เล่าเรื่องนี้เลย เท่าที่เราเข้าใจคือไม่ใช่ทุกเมืองในเยอรมันจะฉลองงานนี้ แต่ที่มีประวัติยาวนานจัดใหญ่เป็นที่เลื่องลือคือที่ โคโลนจ์ ค่ะ  (เรียกแบบเยอรมันคือ Kölner Karneval) จริงๆงานก็จะเริ่มตั้งแต่ 11.11.2015 เวลา 11.11 น. ก็จะมีพิธีเปิดงานแบบเป็นทางการ ที่ดุสเซลดอร์ฟเองเราไปยืนดูอยู่ที่ Radhaus มีพิธีเปิด มีเวที คนเปิดน่าจะเป็นเมเยอร์ของเมืองแหล่ะ แต่เนื่องจากวันนั้นลืมชาร์ทแบทกล้องไป ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปอะไรไว้เท่าไหร่ อย่างภาพนี้คิดว่านี่เป็นคนที่เป็นสัญลักษณ์ Bauer มั้งนะ  เพราะว่าสัญลักษณ์งานมีสามตัวหลักๆ คือ Prinz, Jungfrau und Bauer (หรืออาจจะไม่ใช่ นางแต่งตัวเป็นตัวโคโลนจ์เลยอ่ะ แต่เราว่าเราเห็นตัวที่น่าจะเป็น Prinz กะ Jungfrau อยู่ที่เฉลียงเปิด ฮ่าๆ)  คนที่ไปร่วมงานก็จะเริ่มแต่งตัวกันตั้งแต่วันนั้น แต่ก็แค่ในโซน Altstadt น่ะ งานนี้ทำอะไร…คือเป็นงานที่ทุกคนแต่งตัวแฟนซี กินเหล้าหัวราน้ำ(ฮา) ฉลองกันตั้งแต่วันพฤหัสนี้หรือเรียกว่า Weiberfastnacht (Fat Thurday) คือพฤหัสสุดท้ายก่อน Lent day … More The Cologne Carnival (Kölner Karneval)

สวัสดี Brussels

ทีแรกไม่มีความคิดจะไปเยือนบรัสเซลล์อยู่ในหัวเลย แต่ตอนไปต่อวีซ่า คุณป้าเจ้าหน้าที่บอกว่าห้ามออกนอกประเทศจนกว่าจะได้ resident permit ใบใหม่ ก็เลยใช้สองวันสุดท้ายก่อนวีซ่าใบเก่าหมดอายุเดินทางออกนอกเยอรมันซะหน่อย เป็นวันก่อนสิ้นเดือนตุลาคมพอดิบพอดี…นั่นคือก่อนจะเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในปารีสประมาณสองอาทิตย์​ นั่งดูค่ารถไปมา จากดุสเซลดอร์ฟมีบัสไปบรัสเซลล์ในราคาไปกลับหลังลดด้วย Bahncard แล้วเหลือเที่ยวละสิบยูโร ก็เลย..เอาวะ ไปที่นี่แหล่ะ ไม่ได้หาข้อมูลอะไรไว้มาก กะไปตายเอาดาบหน้าอย่างแท้จริง เราพักที่โฮสเทลที่อยู่เกือบติด Grand Place ชื่อ  Brussels Hostel Grand Place  เตียงเดี่ยวในห้องหญิงหกเตียงราคา 29 ยูโร … ข้อดีคือเช้าเย็น(ถ้าขยัน)ออกมาถ่ายรูปได้ทุกแสง ข้อเสียคือ พื้นที่เป็นเงินเป็นทอง ต้องไปเช็คอินที่สาขาอื่นก่อน ฝากกระเป๋าไว้ที่นั่น แล้วค่อยไปเอากระเป๋ากลับมาเข้าที่พักอีกที (แต่ตอนขาออกแค่ดรอปกุญแจไว้ที่ประตู ไม่ต้องเอาไปคืนที่สาขาที่เช็คอินแล้วค่ะ)   ตอนออกจากบ้านก็ลิสของซะดิบดี แต่เนื่องจากออกเช้ามาก..เลยตั้งใจจะชาร์ทมือถือเต็มที่จนลืมหยิบที่ชาร์ทออกมาด้วย…รู้ตัวตอนอยู่บนแทรมแล้ว…กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง กลายเป็นว่าต้องเซฟแบทมือถือให้อยู่ถึงสองวันให้ได้ ทั้งๆที่แบทปกติอยู่ได้วันเต็มๆก็เกือบเป็นปาฏิหาริย์แล้ว (ฮา) ในวันแรกเราเลยใช้ airplane mode เกือบตลอดเวลา ถึงบรัสเซลล์ก็ทำตามธรรมเนียมทุกครั้งเวลาไปเที่ยว หาที่พักแล้วฝากกระเป๋าไว้ก่อน ขอแมปฟรีแล้วก็เริ่มตะลุยเมืองกันเลย! แมปที่เราได้แจกมาเป็นของ facebook.com/use-it ซึ่งนางเคลมว่าเป็นแมปที่สร้างจากคำแนะนำและทริกของคนโลคอลนะฮะ เราไม่ได้อ่านแมปแบบละเอียดหรอก ก็คลำๆทางไป … More สวัสดี Brussels

Board Game 105 : Colt Express

ช่วงนี้ไปร้านไหนก็จะเจอเกมขายดีอันดับหนึ่งชื่อ  Colt Express, แน่นอนเพราะตำแหน่ง Spiel des Jahres 2015 ที่ได้มาสดๆร้อนๆ วันก่อนไปเจอลดราคาร่วม 30% อยู่ที่ร้านหนังสือก็เลยสอยมารีวิวฮ่ะ เกมนี้ เราจะทำตัวเป็นโจรปล้นรถไฟกัน ตอนจบเกมใครมีเงินมากสุดก็เป็นมหาโจร ชนะไป! มีเวลาเล่นกันห้ารอบ แต่ละรอบจะได้วางไพ่กี่ใบขึ้นอยู่กับตัวไพ่กำหนด event ค่ะ จำนวนผู้เล่นได้ตั้งแต่ 2 – 6 คน กติกาอย่างคร่าวๆ ตามนี้.. เริ่มต้นเซตเกม จะเริ่มที่…วางขบวนรถไฟตามจำนวนคนเล่น วางตุ๊กตาตัวละครที่สองโบกี้สุดท้ายตามลำดับการเล่น วางถุงเงิน เพชร ที่แต่ละโบกี้ (แต่ละโบกี้จะมีจำนวนกำหนดไว้อยู่แล้ว) วางคุณตำรวจสีเหลืองพร้อมกระเป๋าเอกสารไว้ที่หัวรถไฟ และเราจะมีเงินติดกระเป๋าคนละ 250 เหรียญ แต่ละคนจะได้ไพ่ action 10 ใบ มีทั้งเดิน ปีน ต่อย ยิง เก็บเงิน เลื่อนคุณตำรวจ แล้วก็จะมีไพ่ลูกปืน เรียงลำดับจากเต็มแมกซ์ไล่ไปจนหมดแมกซ์ ไพ่นี้จะแจกให้ชาวบ้านเมื่อใช้การ์ด action  ยิงไปโดนใคร ก็ให้ไพ่ลูกกระสุนกับเค้าไว้ ตอนที่จบเกมใครเหลือกระสุนน้อยที่สุดจะได้โบนัส 1,000 เหรียญ​ … More Board Game 105 : Colt Express

ดูบอลในสนามครั้งแรก…กับ Borussia Dortmund

ถ้ายังจำได้ หนึ่งในลิส 10 Things to Do in Germany ของเราคือ ไปเชียร์ฟุตบอลบุนเดสลีก้าในสนาม ซึ่งโอกาสที่ว่า เนื่องจากไม่มีปัญญาหาซื้อบัตรที่เป็นแมทช์แข่งเลยไม่ได้ทำซักทีค่ะ แต่เมื่อสองเดือนก่อน ตอนเช็คในเวบก็เจอสโมสรกำลังขายตั๋ว Dede Abschiedsspiel ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าคือแมทช์อะไร เห็นราคาพอรับได้ รู้ตัวอีกทีก็กดซื้อไปละ! แมทช์ที่ว่า เหมือนเป็น Farewell game สำหรับ Dede นักเตะที่เล่นให้ทีมมา 13 ปี (ยาวนานสุดๆ!!) ไม่รู้พวกนัดสุดท้ายขายตั๋วอำลาเป็นเรื่องปกติมั้ย แต่แฟนๆที่มาเชียร์ก็เกือบเต็มสนามเลยทีเดียวเชียว เกมวันนี้เริ่มตอน 18.00 น. เรานัดเจอเพื่อนที่ Dortmund Hbf ตอนก่อนห้าโมงเย็นเล็กน้อย แต่ปรากฏว่ารถไฟที่ไปสถานี Signal Iduna Park นั้นเต็มจนขึ้นไม่ได้ เลยต้องเปลี่ยนแพลนไป U-Bahn ซึ่งใช้เวลาวิ่งนานกว่าประมาณสี่เท่าแทน -___-” (เวลาวิ่งตามตามตารางคือ รถไฟใช้ 4 นาที ส่วน U-Bahn ซึ่งคิดภาพง่ายๆว่าเป็นรถไฟใต้ดินใช้เวลา 18 … More ดูบอลในสนามครั้งแรก…กับ Borussia Dortmund

Endlich is es soweit, Federweiser ist wieder da!

ในที่สุด..ก็ถึงเวลาของ Federweiser ประจำปี! โพสนี้..มาแนะนำของกินค่ะ ที่นี่มีอาหารหลายๆอย่างที่ออกตามฤดูกาล…อย่างช่วงเดือนเมษาถึงขั้นมีวันที่เข้า Google แล้วเจอภาพฉลองเป็นหน่อไม้ฝรั่ง (ที่นี่เรียกกันว่า Spargel) คือประมาณว่าพอถึงหน้าของมันแปลว่าฤดูใบไม้ผลิเริ่มขึ้นแล้ว ตามร้านอาหารหรือตามซุปเปอร์ก็จะมีขายให้พรึบ แต่พอหมดช่วงก็ต้องรอกินอีกทีปีหน้ากันเลยทีเดียว ช่วงเดือนนี้ถ้าไปเดินตามซุปเปอร์มาร์เกตจะเจอเครื่องดื่มเฉพาะฤดู ชื่อ Federweiser เป็นองุ่นเพิ่งหมักที่มีเปอร์เซนต์แอลกอฮอล์ต่ำ แค่ประมาณ 4% คือรสยังไม่เป็นไวน์ รสชาติคล้ายๆน้ำผลไม้ มีขายแค่ช่วงประมาณเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมค่ะ ความพิเศษของ Federweiser นอกจากจะหากินได้แค่ช่วงนี้ของปีแล้ว แค่ไปซื้อนี่ก็ต้องระวังอย่างแรงงง ตัวฝาเครื่องดื่มจะปิดไม่สนิทเพราะมันอยู่ในกระบวนการหมัก ดังนั้น..หยิบจับทุกอย่างห้ามวางนอนเป็นอันขาด พื้นจะได้นองกลิ่นน้ำหวานนะฮะ นอกจากนั้นตัวมันต้องแช่เย็นตลอดเลยน่าจะหาได้แถบๆตู้แช่ในซุปเปอร์ฯ แรกเริ่มหมักพอระดับแอลฯ ได้จะถูกนำออกมาขายและมักจะไม่เก็บไว้นานค่ะ คือซื้อมาแล้วก็กินเลยในไม่กี่วัน ทิ้งไว้นานจะพาลเป็นไวน์เอา 😛 ในตู้แช่จะมีของกินคู่กันอีกอย่าง (ซึ่ง..ดูเหมือนหาได้แค่ช่วงนี้เช่นกัน..มั้งนะ) ชื่อ Zwiebelkuchen เราว่ามันน่าจะแปลไทยได้ว่าทาร์ตหรือพายหัวหอมนะ ส่วนผสมฐานแป้งทาร์ต ส่วนไส้เป็นส่วนผสมของเบคอน ครีม หัวหอม รสก็ออกเป็นของคาวมากกว่าของหวานค่ะ ในตู้แช่มีขายทั้ง Zwiebelkuchen กับ Quiche Lorraine (ถ้าบอกว่าเหมือนคีซที่ไทยน่าจะเป็นที่รู้จักมากกว่ามั้ง) รสชาติหวานๆของ Federweiser ตัดกับรสออกเค็มๆเปรี้ยวๆของ Zwiebelkuchen เค้าว่ากันว่ามันเป็นของกินที่เข้ากันดีที่สุดเลยแหล่ะ … More Endlich is es soweit, Federweiser ist wieder da!

Board Game 104 : Kingdom Builder

Kingdom Builder เป็นเกมแข่งกันสร้างอาณาจักรด้วยเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงได้ทุกครั้งที่เล่น เพราะกติกาจะถูกแรนดอมเลือกวิธีให้คะแนนมาแค่สามแบบจากสิบ ตัวกระดานก็เลือกมาสี่แผ่นจากแปด กระดานสวย ภาพงาม เล่นสนุก ก็สมกับที่ได้ตำแหน่ง Spiel des Jahres 2012 ไปครอง  แรกเริ่ม แต่ละคนจะได้แจกบ้าน 40 หลัง เลือกกระดานมาสี่แผ่น มาต่อกันแบบในภาพ ช่องหกเหลี่ยมเล็กแต่ละช่องนั้นจะวางบ้านได้หนึ่งหลัง จากนั้นก็จะเริ่มจั่วไพ่ทรัพยากรห้าแบบ มี ทุ่งดอกไม้ ป่า ทุ่งหญ้า ทะเลทราย หุบเขา ได้ไพ่อะไรต้องลงขั้นต่ำบ้านสามหลังลงไปบนแผนที่ของทรัพยากรนั้น เป็นการวางฐานสร้างอาณาจักร ข้อแม้คือ ในตาต่อๆไป จะต้องวางบ้านใหม่สามหลังนี้ ติดกับบ้านในอาณาจักรของตัวเองเสมอถ้ายังวางได้ เช่นในภาพ บ้านสีเหลืองอยู่บนทุ่งหญ้าสีเขียว ถ้าตาต่อไปจั่วได้ป่าสีเขียวเข้ม ก็ต้องลงบ้านในป่าที่ติดอยู่กับอาณาจักรตัวเองก่อน จะไปวางที่ป่าอื่นๆในแผนที่ไม่ได้ แต่นอกจากทรัพยากรทั้งห้า ในกระดานยังมีเหวกับแม่น้ำ เหวนี่ปิดช่องไปไม่มีใครสร้างอาณาจักรในนั้นได้ ส่วนแม่น้ำจะวางบ้านได้ต้องมีเรือ(ซึ่งเป็นตัวช่วเยที่มากับกระดาน ถ้ากระดานที่เลือกมาทั้งสี่แผ่นไม่มีเรือ ก็จะไม่มีใครวางบ้านในแม่น้ำได้) นอกจากจะวางบ้านสามหลัง กระดานที่เลือกมาสี่แผ่นนี่ก็จะมีตัวช่วยที่แตกต่างกัน เช่น ตัวช่วยให้วางบ้านหลังที่สี่เพิ่มในเขตทรัพยากรที่เพิ่งลงไป หรือให้วางบ้านหลังที่สี่ได้ในทะเลทราย หรือวางติดขอบกระดาน อะไรแบบนี้ ดังนั้น สุ่มกระดานมาแต่ละครั้งก็จะเหมือนได้เล่นเกมใหม่ตลอดเวลา 55+ ส่วนการนับคะแนน … More Board Game 104 : Kingdom Builder