Harry Potter and the Cursed Child

ไม่ได้จองหนังสือล่วงหน้า แอบจินตนาการว่าเฮ้ย มันต้องมีคนซื้อเยอะแน่เลยโน่นนี่

ภาพจริงตัดมา เดินเข้าร้านหนังสือมุม Neu มีตั้งหนังสือวางไว้ เข้าไปดูพร้อมน้องคนนึง หยิบชิวๆไปจ่ายตัง โอ้ว…นี่มันต่างกับภาพการวางแผงของแฮร์รี่ที่เคยคิดไว้ลิบลับ (ฮา)  แต่แน่ล่ะ มันอาจจะไม่ได้พีคเพราะเล่มนี้ไม่ใช่ภาคต่อที่เขียนโดยเจเคโดยตรงด้วย เป็นบทละครเวทีที่จะแสดงแค่ในอังกฤษ (ซึ่งตั๋วเต็มไปปีหน้าแล้วมั้งนั่น)

ก็ได้ข่าวเรื่องละครเวทีมาซักพักใหญ่ แต่เนื่องจากคิดว่าคงไม่ได้ไปดูอยู่ดีก็เลยไม่ได้สนใจจะดูแคสท์นักแสดงเท่าไหร่ จนรู้ว่าจะมีหนังสือก็เลยไม่ดูแคสท์ไปเลยจะได้ไม่ติดภาพ เพิ่งกลับมาดูภาพหลังอ่านจบนี่เองแหล่ะ  ไม่รู้คนอื่นคิดเหมือนกันมั้ย แต่การแคสท์เฮอร์ไมโอนี่ผิวสีนี่ทำเราสตันท์ไปเหมือนกัน

cursed child

จริงที่เจเคไม่เคยระบุผิวของเฮอร์ไมโอนี่ไว้ แต่ตอนคัดตัวนักแสดงภาคแรกป้าก็ดูด้วยมิใช่ฤา คิดว่านักแสดงก็คงเล่นดีสมกับที่ได้รับบทมา แต่เราคงยึดติดกับเวอร์ชั่นเอ็มม่าไปหน่อยนั่นเอง (ที่จริงเราคิดว่าเอ็มม่าสวยเกินบทไป 555) ระหว่างอ่านนักแสดงที่มีในภาคเดิมในหัวเราก็จะเป็นเซตตามหนังหมดเลย

พอมาดูแคสท์อัลบัสกับสกอร์เปียส เออ เราว่าดูโอเคเลยนะ ส่วนคนอื่นๆ อืมมม เรานึกภาพแฮร์รี่แก่ตัวลงไปขนาดนั้นไม่ค่อยอินจริงๆ T___T ขอดิฉันมโนกับภาพของแดนแทนละกันนะครัช

ภาษาที่ใช้ อ่านง่าย ไม่บรรยายมาก ใครอยากอ่านฝึกภาษาเล่มนี้ก็โอเคเลยล่ะ เราใช้เวลาอ่านประมาณสี่ชม. ในขณะที่ถ้าเป็นแฮร์รี่ความหนาเท่ากันคงนานกว่านี้ เพราะบทบรรยายต่างๆมันจะสั้น ให้ภาพแบบคิดฉากละครเวที บรรทัดว่างเวลาเป็นบทพูดตัวละครงี้ ถ้าตัดบรรทัดมาเป็นแบบเวลาอ่านแฮร์รี่จริงๆน่าจะมีความหนาเท่าเล่มหนึ่งได้มั้ง 😛

ความสนุก โอเคนะ มีการย้อนรำลึกถึงตัวละครที่เราคิดถึงหลายๆตัว แต่…บางส่วนเรารู้สึกเหมือนมันคือแฟนฟิคชั่น แบบว่าถ้าเกิดในโลกที่สเนปยังอยู่จะเป็นยังไง ถ้าเกิดแฮร์รี่แพ้จะเป็นยังไง อะไรทำนองนั้น หลายๆตัวละครทำให้เรารู้สึกเหมือนเอ็งโตมาเป็นคนแบบนี้เหรอวะ ? 😛 คือคาแรคเตอร์บางตัวดูหลุดจากแบบเดิมที่เราคุ้นเคยหน่อยๆ แต่รวมแล้วสนุกมั้ย เอนจอยนะ แต่ไม่เท่ากับเวลาที่เราอ่านแฮร์รี่ของจริงอ่ะ คือให้คิดว่ามันเป็นแฟนฟิคชั่น แล้วจะโอเค เหมือน reunion เพื่อนไรงี้  ถ้าคาดหวังว่ามันจะเป็นแบบแฮร์รี่เล่มใหม่ น่าจะผิดหวังเล็กๆ

ต่อจากนี้…จะมีสปอย์ขั้นรุนแรง…อย่าอ่านต่อถ้ายังไม่อยากรู้เฉลยในเรื่องนะคะ

.

.
อัลบัสทำให้เรานึกถึงตัวแฮร์รี่ในเล่มห้า ที่ตอนต้นที่อ่านเรารำคาญอาการฮอร์โมนพลุ่งพล่านเล็กๆ การแสดงเวลาช่วงปีหนึ่งถึงสามแบบตัดฉากฉึบฉับที่อัลบัสเข้าโรงเรียนทำให้เรารู้สึกเหมือนคนกำลังก้าวเข้าสู่ด้านมืด แต่ก็นะ…เด็กกำลังวัยรุ่น แถมยังเหมือนจะต่างกับลูกๆทุกคนที่ดูจะได้ดิบได้ดีตามรอยเท้าพ่อ ตั้งแต่เป็นเพื่อนสนิทกับสกอร์เปียส หมวกคัดสรรให้ไปอยู่สลิธีริน ขี่ไม้กวาดไม่เอาอ่าวเหมือนพ่อที่มีดีกรีแชมป์เก่า  ทำให้เราค่อนข้างเห็นใจเด็กคนนี้กว่าตอนที่เราไม่ค่อยชอบแฮร์รี่ในเล่มห้า การที่มีชื่อที่ตั้งตามคนที่แสนพิเศษทั้งสองคนก็อาจจะเป็นจุดที่ทำให้อัลบัสยิ่งรู้สึกเป็นแกะดำยิ่งขึ้นไปอีก เลยไม่แปลกที่ในจุดหนึ่ง จะเกิดอาการขบถ…เห็นว่าพ่อไม่ได้มีดีอย่างที่ใครว่า คนตั้งมากมายตายเพื่อเด็กชายผู้รอดชีวิต นำมาสู่เรื่องราววุ่นวายทั้งหมด

มีจุดที่เราขำมากตอนเด็กทั้งสองจะหนีจากรถไฟ แม่มดที่เข็นรถขายขนมนี่คือตัวละครลับที่แท้จริง ผ่านมากี่ภาคๆก็ไม่มีชื่อจนนางลืมชื่อตัวเองไปแล้ว แถมมีบอกด้วยว่าทั้งซีเรียสกับผองเพื่อน รวมถึงเฟร็ดกับจอร์จยังผ่านชั้นไม่ได้เลยย่ะ LOL ของจริง อัลบัสน่าจะถูกจารึกชื่อในตำนาน เด็กชายผู้ผ่าน Trolley witch แล้วรอด (ฮา)

จริงๆเราว่ามันอ่อนนิดนึงตรงกลับไปเซฟเซดริก.. ถึงจะเป็นเด็กขนาดนี้แต่เอ็งไม่คิดเลยเรอะว่าการไปยุ่งกับเวลาที่ผ่านมาเป็นสิบๆปีจะเกิดอะไรขึ้นมาได้บ้าง ดูไร้ความคิดไปนิซซซ คือสกอร์เปียสดูน่าจะคิดได้กว่าที่จะร่วมด้วยอ่ะ แถมพอไปรอบแรกเสียโรสไปแล้ว ยังกลับไปรอบสอง ฮื้มมม

เครื่องย้อนเวลาทำให้เราได้กลับไปเจอกับบรรยากาศในเล่มสี่ การแข่ง Triwizard Tournament การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอดีตส่งผลให้ในอนาคตเปลี่ยน ในจุดที่อัลบัสไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้ เหลือเพียงสกอร์เปียสที่กลายเป็นตระกูลยิ่งใหญ่ เราเริ่มชอบสกอร์เปียสตั้งแต่ฉากเจอกันบนรถไฟ (เหมือนเป็นแฟนฟิคชั่นเบาๆว่าถ้าอดีตแฮร์รี่กับเดรโกเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ทั้งสองคน(หรือสี่คน)อาจจะเป็นเพื่อนรักกันเหมือนคู่อัลบัสก็ได้ -งานมโน เราคิดว่าตั้งแต่เด็กเดรโกชอบเฮอร์ไมนี่แหล่ะแต่ศักดิ์ศรีตระกูล Pure blood มันค้ำคอ 555)

เราเริ่มรักตัวละครสกอร์เปียสในความอ่อนโยนกับเพื่อน ความพยายามที่จะแก้ไขให้อดีตกลับมาเป็นเหมือนเดิม ฉลาดและช่างสังเกตและรู้จักเอาตัวรอดในโลกที่ทุกอย่างกลับตาลปัตรจากสิ่งที่เคยรู้จักมา (ดูอัลบัสดิ เข้าเรียนไม่กี่นาทีทำกริฟฟินดอร์เสียไปกี่คะแนน 555)  และเพราะสกอร์เปียสพาเราไปพบกับตัวละครที่รักที่สุดตัวหนึ่ง…ศาสตราจารย์สเนป

งานน้ำตาต้องมา ตอนที่สกอร์เปียสบอกว่าสเนปรักลิลลี่ บอกว่าแฮร์รี่รู้ว่าสเนปเป็นคนดี  He said you were the bravest man he’d ever met. And that’s why he named his son – my best friend – after you both. Albus Severus Potter.  ยกนิ้วให้ค่ะลูกกกก ซึ้งงงงงงง

เพราะสกอร์เปียสดูตื่นเต้นที่ได้เจอสเนป สเนปรู้ทันว่าในอนาคตที่สกอร์เปียสพยายามเปลี่ยนนั้นเขาไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่สเนปก็ยังยินดีจะช่วยให้ภารกิจนี้สำเร็จ โลกที่ไม่มี Dark lord ย่อมดีกว่าถึงแม้เขาจะต้องตาย เราแอบน้ำตารินอีกรอบตอนสเนปเสกผู้พิทักษ์…บอกว่าดีใจที่อัลบัสได้ใช้ชื่อเซเวอร์รัส  สเนปที่มาให้หายคิดถึงไม่กี่หน้าก็จากไปอีกแล้ว ฮืออออออ

ตอนแก้ไขเรื่องได้แล้วเราก็แอบโล่งใจ แต่เอ๊ะ…หนังสือยังอีกครึ่งเล่ม เด็กสองคนนี่ยังป่วนไม่จบเหรอฟะ  ไม่ค่ะ…นี่เพิ่งครึ่งเดียวของความซ่า ครึ่งหลังนี่เริ่มรู้สึกถึงตีนกาและรอยหยักบนหน้าผากของแฮร์รี่ แลแอบเอาใจช่วยให้เด็กๆหาวิธีส่งสารบอกพ่อให้ได้ อืม…เราว่าทั้งพ่อลูกนี่เป็นมนุษย์ที่มีโชคเหมือนกันนะ (เด็กมันก็ฉลาดด้วยแหล่ะ ฮ่าๆ)  ส่วนของครึ่งหลังสิ่งที่เซอร์ไพรส์ไม่ใช่เรื่องเดลฟี่เป็นใครเพราะตงิดใจในตัวนางตั้งแต่ตอนแรกละ แต่เซอร์ไพรส์เรื่องนางเป็นลูกเบลลาทริกซ์.. จริงๆตั้งแต่โวลเดอร์มอร์มีลูกก็คงเหลือตัวละครหญิงไม่กี่ตัวให้เดาหรอกนะ แต่เบลลาทริกซ์!!!?  ชั้นเห็นนางเดินไปเดินมาในหนังสือตั้งหลายเล่ม หล่อนเอาเวลาไหนไปท้องงงงง  คือคิดว่าจะเป็นตัวละครใหม่ไปเลยงี้ เอาเป็นแบบมีตั้งแต่เป็นทอม ริดเดิ้ลก่อนกลายร่างก็ได้ป่ะวะ -__-‘

ฉากที่ชอบ ตอนเดรโก รอน เฮอร์ไมนี่ แฮร์รี่อยู่ทีมเดียวกันค่ะ นี่คือสิ่งที่อยากเห็นมาตลอด (ละครเวทีนี่เหมือนแฟนฟิคชั่นที่ได้ใจมากเลย ฮ่าๆ ยิ่งตอนเดรโกถูกเฮอร์ไมนี่สั่ง แถมเหมือนจะชอบด้วย 😛 ) ตอนที่แฮร์รี่ยืนมองพ่อกับแม่ตายแบบ live …ถึงแม้เราจะได้รู้เรื่องช่วงนี้มาจากหนังสือเล่มอื่นๆแต่การที่แฮร์รี่ต้องมายืนมองตอนเป็นพ่อคนแล้วนี่ก็สะเทือนใจนะ เรามาน้ำตาไหลตอนที่แฮกริดโผล่มา ย่อหน้าท้ายหน้า 320… Well. Hello. Yeh must be Harry. โห…ฉากนี้ใครผ่านได้โดยไม่มีน้ำตานี่นับถืออ่ะ จุดนี้ emotional มาเต็ม การเป็นบทแบบละครเวทีไม่ทำให้อรรถรสของเราตรงนี้หายไปเลย รักนายอ่ะแฮกริด…แฮร์รี่น่าจะตั้งชื่อลูกตามนายซักคนนะ T___T

มีอีกคู่ที่ชอบ รอนกับเฮอร์ไมนี่ ไม่ว่าจะโลกไหนก็รักกันอยู่ดี ใครชิฟคู่อื่นนอกจากนี้ดูหมดหวังไปเลยทีเดียว 5555

หลังจากจุดพีค ก็ปิดท้ายเบาๆตามสไตล์แฮร์รี่ที่เราคุ้นเคย จริงๆตัวละครในฉบับปัจจุบันที่ไม่ได้โผล่ออกมามีบทบาทยังมีอีกเยอะเลย ถ้าจะมีเรื่องราวระหว่างปีสี่ถึงปีเจ็ดของเด็กสองคนออกมาก็ยังเหลือที่ให้ใส่อีกเยอะเหมือนกัน พออ่านจบก็อยากดูแบบละครเวทีเล็กๆนะ  คือบทมันดูพร้อมเป็นหนังแต่เราว่าเทคนิคต่างๆถ้าอยู่บนละครเวทีคงตื่นเต้นมากกว่าว่าจะทำยังไง 🙂

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s