สวัสดี Brussels

ทีแรกไม่มีความคิดจะไปเยือนบรัสเซลล์อยู่ในหัวเลย แต่ตอนไปต่อวีซ่า คุณป้าเจ้าหน้าที่บอกว่าห้ามออกนอกประเทศจนกว่าจะได้ resident permit ใบใหม่ ก็เลยใช้สองวันสุดท้ายก่อนวีซ่าใบเก่าหมดอายุเดินทางออกนอกเยอรมันซะหน่อย เป็นวันก่อนสิ้นเดือนตุลาคมพอดิบพอดี…นั่นคือก่อนจะเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในปารีสประมาณสองอาทิตย์​

นั่งดูค่ารถไปมา จากดุสเซลดอร์ฟมีบัสไปบรัสเซลล์ในราคาไปกลับหลังลดด้วย Bahncard แล้วเหลือเที่ยวละสิบยูโร ก็เลย..เอาวะ ไปที่นี่แหล่ะ ไม่ได้หาข้อมูลอะไรไว้มาก กะไปตายเอาดาบหน้าอย่างแท้จริง

เราพักที่โฮสเทลที่อยู่เกือบติด Grand Place ชื่อ  Brussels Hostel Grand Place  เตียงเดี่ยวในห้องหญิงหกเตียงราคา 29 ยูโร … ข้อดีคือเช้าเย็น(ถ้าขยัน)ออกมาถ่ายรูปได้ทุกแสง ข้อเสียคือ พื้นที่เป็นเงินเป็นทอง ต้องไปเช็คอินที่สาขาอื่นก่อน ฝากกระเป๋าไว้ที่นั่น แล้วค่อยไปเอากระเป๋ากลับมาเข้าที่พักอีกที (แต่ตอนขาออกแค่ดรอปกุญแจไว้ที่ประตู ไม่ต้องเอาไปคืนที่สาขาที่เช็คอินแล้วค่ะ)

 

ตอนออกจากบ้านก็ลิสของซะดิบดี แต่เนื่องจากออกเช้ามาก..เลยตั้งใจจะชาร์ทมือถือเต็มที่จนลืมหยิบที่ชาร์ทออกมาด้วย…รู้ตัวตอนอยู่บนแทรมแล้ว…กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง กลายเป็นว่าต้องเซฟแบทมือถือให้อยู่ถึงสองวันให้ได้ ทั้งๆที่แบทปกติอยู่ได้วันเต็มๆก็เกือบเป็นปาฏิหาริย์แล้ว (ฮา) ในวันแรกเราเลยใช้ airplane mode เกือบตลอดเวลา

IMG_0356

ถึงบรัสเซลล์ก็ทำตามธรรมเนียมทุกครั้งเวลาไปเที่ยว หาที่พักแล้วฝากกระเป๋าไว้ก่อน ขอแมปฟรีแล้วก็เริ่มตะลุยเมืองกันเลย! แมปที่เราได้แจกมาเป็นของ facebook.com/use-it ซึ่งนางเคลมว่าเป็นแมปที่สร้างจากคำแนะนำและทริกของคนโลคอลนะฮะ เราไม่ได้อ่านแมปแบบละเอียดหรอก ก็คลำๆทางไป (ซึ่งถ้าอ่านก็จะมีแนะนำร้านหรือสิ่งที่ควรทำประมาณหนึ่ง..พลาด 555+)

brussel_P1010151

เริ่มจากเดินไปดู​  Grand Place สวยงามตามคำลือ…คนเยอะ นักท่องเที่ยวเยอะตลอดเวลา แต่ในช่วงที่เราไปไม่ใช่ช่วงที่เค้าจะมีดอกไม้จัดที่นี่นะ มีแต่ร้านขายดอกไม้ตั้งอยู่ เห็นแต่การแห่เจ้าเด็กฉี่ในชุดนักบอล ครึกครื้นเฮฮาพอตัว เดาว่าน่าจะเกี่ยวกับ Euro2016 นัดที่จะแข่งกับ Wales ในเดือนพ.ย. นั่นแล

เราซื้อตั๋ววันราคา 7 ยูโร สำหรับขึ้นรถที่นี่(ใช้ด้วยกันได้ทั้งแทรม บัส เมโทร) หาอะไรกินในถนนเส้นหลัง Galeries Royales St.Hubert ในนี้เป็นเหมือนโซนที่มีร้านไฮโซตั้งอยู่ มีร้านช็อคโกแลตราคาแพงละลานตา ทะลุออกไปเป็นถนนที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร…แน่นอนว่ามีเมนูอาหารกลางวันเกือบทุกร้าน แต่ก็อารมณ์ tourist trap น่ะนะ ถ้าเจออร่อยก็ดีไป มีน้องแนะนำร้าน Chez Leon มา รสชาติใช้ได้ เหมือนมานี่ต้องกินอาหารทะเลเลยเลือกเมนูที่เป็นหอยแมลงภู่ ซอสออกคล้ายๆซีฟู้ดน่ะ เบียร์ที่เค้าแนะนำเราเหมือนจะเป็นเบียร์สตรอเบอร์รี่หรืออะไรเทือกๆนั้น…รู้สึกงานเบียร์คือดี (แต่ถ่ายไม่ติดเบียร์..กรรม)

รถที่นี่ดูแผนที่แล้วหลักการก็เหมือนรถสาธารณะในเมืองทั่วๆไป จะไปไหนก็ดูเส้นทางวิ่ง ขึ้นไปให้ถูกทิศ จบ.สำหรับเมโทร สถานีที่เราขึ้นประตูจะเปิดให้ต้อง validate ตั๋วที่ประตูก่อน (อันนี้ต่างกับที่เยอรมันที่ไม่มีประตูกั้นอะไรเล้ยยย) แต่เอาจริงๆเราไม่ได้ดูแผนที่ตารางรถหรอก..อาศัยถามคุณลุงที่ช่องขายตั๋วเอาค่ะ ว่าจะไปที่นี่ๆขึ้นรถสายอะไร ลุงก็จดๆใส่กระดาษมาให้ว่าขึ้นสายนี้เปลี่ยนรถที่ไหน เราก็ถามทางควบเลยว่าจาก Atomium ไปบ้านของ Victor Horta ไปยังไง ลุงก็จดมาให้เรียบร้อย

brussel_P1010019

ที่ Atomium ขึ้นไปดูวิว ดูนิทรรศการ สิ่งที่ชอบคือบันไดเลื่อนกับบันไดทั้งหลายที่นี่มันช่างชวนจินตนาการว่าถ้าเรากลิ้งตกลงไปจะเป็นยังไงโดยแท้ (คือสูงและบางช่วงเป็นบันไดเลื่อนเรียงเดี่ยว) บางทีก็รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังเรื่อง Star War ขึ้นบันไดผ่านอุโมงค์ (เข้าสู่ Dark side ในทันใด 55+) จริงๆส่วนที่น่าตื่นเต้นของมันน่าจะเป็นรูปทรงข้างนอกมากกว่าข้างในแหล่ะ

collage

ข้างๆ Atomium มี Mini-Europe เป็นสวนน้ำ โรงหนัง แล้วก็สวนจำลองสถานที่ดังๆในยุโรป..เห็นเด็กเข้าไปเยอะมากกกก แต่เนื่องจากค่าเข้าสิบกว่ายูโร เราเลยคิดว่า..ไม่เข้าดีกว่า 😛 จริงๆถ้าใครอยากเข้าทั้งสองที่มีตั๋วที่ขายรวม เข้า Atomium+Mini Europe เลยนะ  แต่เราเข้าแค่ที่เดียวน่ะ (บัตรนักเรียนมีส่วนลด..ถ้ามีก็จงโชว์ค่ะ)  ภาพประกอบนี่คือถ่ายจากข้างบน..มองเห็นสวนของเจ้ามินิฯอยู่ไกลๆ ก็ใหญ่โตพอประมาณเหมือนกันนะ..แต่ถ้าเทียบค่าเข้าแล้วเราเองเอาตังไปกินดีกว่า (ฮ่าๆๆ)

เอาล่ะ..หลังเตร็ดเตร่ที่นี่อยู่ซักพัก เราก็เริ่มตามหาบ้านของ  Victor Horta สถาปนิกชื่อดัง เป็นบ้านที่เปิดให้เข้าชมวันละไม่กี่ชั่วโมงแถมห้ามถ่ายรูป(แต่อิชั้นก็ยังอยากไป) อนิจจา..ขึ้นเมโทรมาตามทางที่ลุงบอกแล้วจุดที่ขึ้นมาเปลี่ยนเป็นบัส ดันโผล่ขึ้นมากลางจุดไหนก็ไม่รู้ (คาดว่าออกผิดประตูทางออก..ลุงไม่ได้ระบุไว้ให้) เนื่องจากมือถือไม่มีเนตเลยถามทางพี่ทหารถือปืนแถวๆนั้น (อย่างที่บอกว่าตอนนั้นยังไม่ใช่ช่วงหลังปารีส คิดว่าตัวเองหลงไปอยู่แถวศูนย์รักษาความปลอดภัยอะไรซักอย่างมาค่ะ ) พอเอาที่อยู่ให้ไปพี่ทหารก็เปิด googlemap หาให้ด้วยความเมตตา พี่แกบอกว่า..อ๋อ ไม่น่ายาก น่าจะเดินซักสิบนาทีนะ…มาดูกัน

เดินตามทางนี้ไป ผ่านวงเวียน ตรงไปสองแยก เลี้ยวซ้ายนะ..เดินไปอีกสามแยก..อืม ทีนี้เลี้ยวขวา เดินตรง…อธิบายมาถึงจุดนี้..ทั้งเราและพี่เริ่มขมวดคิ้ว..สิบนาทีแม้วป่ะวะ ทำไมดูจากแผนที่แล้วมันไกลจัง.. ซูมแผนที่ออกมา…คิดว่าถ้าเดินคงไม่ต่ำกว่าครึ่งชม.

เดี๊ยนเลยบอกใหม่…พี่คะ จะไปต่อรถสายนี้ไปยังไง …เลี้ยวมุมตึกนี้เลยน้อง เป็นป้ายรถเมล์..ค่ะ อิชั้นเลยตัดสินใจกลับมาเชื่อลุงตามเดิม เชื่อพี่น่าจะต้องเดินขาลาก

ผลปรากฏว่า…นั่งรถเมล์ไปน่าจะเกินสิบป้าย…ลงป้ายที่ลุงบอกมาเจอความเคว้งคว้างงงง เดินด้วยความสับสนและงุนงงว่าบ้านคุณ Horta อยู่ไหนวะ หาอยู่ยี่สิบนาทีก็หาไม่เจอ พระอาทิตย์ก็ใกล้จะตกแล้ว..ตัดสินใจ นั่งรถสายเดิมกลับค่ะ T____T กลับมาแถว Centrale station ผ่านเนินตรง Museum of Musical Instruments หรือตึกที่ชื่อ Old England ซึ่งดูเป็นวิวที่งามมาก..แต่เนื่องจากบนบัสดันได้นั่งติดกับคนขาหักเลยลงจากรถไม่ได้เพราะมันลำบากมากและป้ายหน้าเป็นป้ายสุดท้ายเลยคิดว่าจะไปชมวิวพระอาทิตย์ตกตามที่แผนที่แนะนำแทนละกัน

สภาพลานจอดรถที่แท้จริง มีคนมาชมวิวประปราย(เดาว่ามาจากแมปอันเดียวกันแหงๆ) รูปซ้ายคือยื่นกล้องออกไปถ่ายจากนอกรั้วค่ะ -“-

นี่…คือลานจอดรถชื่อ Parking 58 ที่โฆษณาว่าเห็นวิวเมือง 360 องศา (และดูเหมือนมีแพลนจะโดนทุบทิ้งเร็วๆนี้..เป็นเหตุผลชวนไปมาก) อีนี่ก็สวมเกียร์เดินหาขาขวิดเลยค่ะ แต่ก็ไม่ทันแสง twilight ของวันอยู่ดี รู้สึกพลาดมาก พลาดทั้งหาบ้าน Horta พลาดทั้งแสงอาทิตย์ตก… ในความคิดเราตึกจอดรถก็ไม่สูงพอจะเห็นวิวเมืองมุมสูงอยู่ดีค่ะ คิดว่าชั้นบนสุดของ Museum of Musical Instruments ตรงนั้นน่าจะเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดแหล่ะ (ไม่ได้เข้าเลยไม่มีภาพประกอบ แต่ดูจากวิวที่ถนนที่ตั้งบวกความสูงของตึกคิดว่าน่าจะเลิศสุดละ T___T)

ไหนๆก็พลาดอะไรเด็ดๆ..ก้าวต่อไปเราจะไม่พลาดกับวาฟเฟิล!! ตรง Grand Place มีร้านชื่อ Maison Dandoy มีขนมและวาฟเฟิลทั้งแบบนั่งกินในร้านและ take away แต่เนื่องจากเราไปช้าเลยเหลือแค่ออฟชั่นรับจานไปนั่งกินนอกร้านนะฮะ.. ราคาวาฟเฟิลแพงกว่าร้านทั่วๆไป แต่…อร่อยจริง คอนเฟิร์ม! (เห็นร้านป้าย 1 ยูโรหลายร้านมาก แต่กินแล้วเฟลอ่ะ บางอย่างก็ควรจ่ายแพง)

เราแวะถ่ายรูป Grand Place ยามค่ำคืนอีกรอบก่อนเข้าที่พัก รอบๆดูมีพวกคนเร่ร่อนหรือพวกขายดอกไม้,ไม้เซลฟี่อยู่ประปราย แต่ไม่มีใครยุ่งกับเราซึ่งก็ดีไป เที่ยวคนเดียวจะต้องระวังตัวให้มากดังนั้นเราจะไม่ออกไปเดินช่วงกลางคืนเท่าไหร่ ในเมืองถึงจะไฟสว่างแต่ก็มีมุมที่เรารู้สึกมันมืดๆอยู่บ้างเหมือนกัน ถนนบางเส้นมีนักดนตรีเปิดหมวกเล่นอยู่ประปราย คิดว่าบรรยากาศกลางคืนที่นี่คงคึกคักน่าดู (อาจจะเพราะเป็นกลางเมือง มีบาร์อะไรอยู่เยอะประมาณหนึ่งด้วยล่ะ)

brussel_P1010134

เช้าวันที่สอง ออกมาหาอะไรกินตอนเช้าแล้วก็เลยเดินเล่นรอบๆที่พัก  ในที่สุดเราก็เจอเจ้า Manneken Pis โดยบังเอิญ..จริงๆตั้งใจว่าจะเดินหากำแพงที่เพ้นท์ภาพการ์ตูนซะหน่อย ดันเดินไปเจอน้องเด็กฉี่ชื่อดังซะได้ …ถึงจะได้ยินมานักหนาว่าตัวเล็ก..แต่พอเห็นตัวจริงก็ต้องอุทานว่า…ตัวเล็กจริงๆ!! นี่น่าจะเป็นตัวจำลองที่ 324 ได้มั้งนะ คือเคยได้ยินว่าเป็นเป้าโดนขโมยหลายครั้ง ตัวสำรองเลยมีเยอะ (ฮา) ถ้าอยากดูสารพัดชุดของหนูก็ซื้อตั๋วเข้ามิวเซียมตรง Townhall เลยฮ่ะ

brussel_P1010175

ที่จริงได้คำแนะนำว่าเจ้าหนูนี่หาไม่ยากหรอก มีคนมุงตลอด แต่เช้านั้นถ้าไม่ได้เดินไปเจอโดยบังเอิญคิดว่าคงเดินผ่านไปแน่ๆ เนื่องจากตอนนั้นเช้ามาก ตรงนั้นเลยแทบไม่มีคนเลย

P1010172.jpg

ส่วนเจ้าภาพเพ้นท์บนผนังนี้คือสิ่งที่เราตามหา เช้านั้นลังเลใจมากๆว่าจะไปเดิน walking tour หรือว่าจะเดินเที่ยวเองเพราะตั้งใจว่าจะไป Belgian Comic Strip Center  ถ้าเดินกับทัวร์คิดว่าพอจบทัวร์คงต้องรีบดิ่งตามหามิวเซียมเลย..อืม ชั่งใจไปมา ตัดสินใจเดินเองละกัน ประวัติส่งประวัติศาสตร์ค่อยมาว่ากันทีหลัง

มีเรื่องเล่านึงได้ยินหลังจากกลับมา ว่าตรง townhall นี้ถ้าสังเกตจะเห็นว่าสองด้านหน้าต่างมันไม่สมมาตรกัน ได้ยินว่าคนออกแบบถึงขั้นกระโดดตึกตายหนีอัปยศจากการก่อสร้างที่ผิดพลาดนี้ …แต่นี่ก็ไม่รู้เป็นเรื่องจริงรึเปล่านะ ถ้าจริงก็น่าจะมีพูดถึงบ้างแต่กลับมาเสิร์ชหาไม่เจอแฮะ (อ่ะ เอาแบบซูมมาให้ มองเห็นความไม่สมมาตรมั้ยฮะ หน้าต่างเหลี่ยมกับโค้ง ถ้าไม่ได้ตั้งใจสังเกตเราก็มองข้ามเหมือนกัน ฮ่าๆ)

P1010151

เราเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่ Centrale station แล้วก็เริ่มออกเดินสำรวจเมือง ผ่านจุดที่เมื่อวานอยากจะลงจากบัส..ตรงใกล้ๆตึก Old England นั่นเอง รู้สึกพลาดมาก..แต่ก็เอาเถอะ เดินเล่นไปเรื่อยๆ เจอสวนสาธารณะใหญ่พอดู เนื่องจากเราจะกลับวันนี้ก็เลยเปิดใช้มือถือต่อกับกล้องถ่ายรูป ถ่ายตัวเองกับใบไม้เปลี่ยนสีมาได้จำนวนหนึ่ง…จริงๆตั้งใจอยากมาเที่ยวเพราะใบไม้เปลี่ยนสีนี่แหล่ะ  จากแมปเราเห็นว่ามีสวนสาธารณะหลายที่มาก อีชั้นก็เดินหลงแล้วหลงอีก(ฮา) แผนที่ก็อ่านยากชิบเป๋ง ยอมรับว่าเราเกลียดภาษาฝรั่งเศสเพราะชื่อถนนแต่ละซอยอ่านยากส้ินดี! (อีกประเด็นไม่นับการที่ตัวเองหลงทิศ เราว่าแผนที่อันนี้ดูสเกลตามแยกแปลกๆ หรืออาจจะเพราะผังเมืองมันไม่ได้เป็นบล็อคสี่เหลี่ยมด้วยล่ะมั้ง เดินตามหาภาพวาดผนังตามแผนที่ไม่เจอเลยยย-อาจจะเซ่อเอง)

วันที่สองนี้เราไม่ได้ซื้อตั๋ววันแต่ซื้อเป็นเที่ยวเอา ตั๋วเที่ยวนึงใช้ได้หนึ่งชั่วโมง นั่งออกไปดู European Commision (ซึ่งสถานีนั้นกำลังซ่อม..เรียกได้ว่าไม่เห็นอะไรเถิด) เดินออกไปดู Arc de Triomphe แล้วนึกถึงประตู Brandenburg ที่เบอร์ลินยังไงชอบกล…อืม พวกประตูๆเหล่านี้ก็คงทรงๆเดียวกันแหล่ะน่า เราว่าสวนตรงนี้น่านั่งเล่นเลยทีเดียว มีครอบครัวมานั่งปิคนิคกันตรึม แบทกล้องเราหมดก็ที่สวนนี่แหล่ะ (เป็นกล้องที่แบทใช้งานได้ไม่ถึงสามชั่วโมง..ส่วนหนึ่งคงเพราะต่อ wifi กับมือถือไว้ถ่ายรูปด้วย แต่ก็คงต้องบอกว่ามันช่างกระจอกงอกง่อยมากจริงๆน่ะนะ  -__-‘)

brussel_P1010511

ขากลับทีแรกคิดอยากเดินไปดู European Parliament แต่มองละ ไกลฟ่ะ เลยใช้ตั๋วเดิมนั่งกลับไปหา Belgian Comic Strip Center แทน อย่างที่บอกว่าตั๋วมันใช้ได้ชม.นึง แต่ตรงสถานีนี้มันปิดซ่อมเลยไม่มีประตูให้สอดบัตรเข้า พอขึ้นรถแล้วเราก็เพิ่งนึกได้ว่า เฮ้ย…ตะกี้ไม่มีประตูกั้นทางเข้า นี่มันเลยชั่วโมงยังวะ มันน่าจะใกล้ครบเวลาแล้วรึเปล่า กลัวโดนตรวจตั๋วมากถึงจะนั่งแค่สามสถานีก็เถอะ ตรงขาออกพอสอดบัตรประตูมันก็ยังเปิดให้ถึงโล่งใจได้ว่ามันคงยังไม่เกินเวลา  แต่เรารู้สึกขึ้นมาเลยว่าคนที่กล้าขึ้นรถแบบไม่มีตั๋วนี่เค้าทำได้ยังไง ขนาดเรามีตั๋วแค่ไม่แน่ใจเวลา นั่งไม่ถึงห้านาทีเรายังใจยังเต้นโครมครามขนาดนี้เลย -__-‘

กลับมาตามหา Tintin เนื่องจากแถวนั้นหาร้านขนมปังง่ายๆไม่เจอเลยนั่งกินเมนูเที่ยงที่ร้านอาหารหน้ามิวเซียมนั่นแหล่ะ เราชอบกระดาษรองมาก คิดว่าน่าจะเปลี่ยนตามนิทรรศการของมิวเซียมในแต่ละช่วงนะ (อาหารรสชาติธรรมดา ราคาปกติ ไม่แพงเว่อร์) ส่วนตัวมิวเซียมไม่มีส่วนลดนักเรียนนะฮะ ค่าเข้าถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะ 10 ยูโร

brussel_P1010583.jpg

หลักๆนิทรรศการมีสองชั้น (มิวเซียมเล็กอยู่พอควร) แต่เรามีเวลาไม่มากที่จะไปเอากระเป๋าแล้วกลับไปขึ้นรถ เลยไม่ค่อยได้อ่านอย่างละเอียดนัก มีเวลาเดินแค่ประมาณไม่ถึงสองชั่วโมง ห้องนึงที่เราชอบ เป็นผลงานของ Pieter De Poortere ชื่อ Boerke ดูเป็นคุณลุงใจดี เป็นการ์ตูนช่องหน้าเดียว เค้าเอามาทำเป็นอนิเมสั้นๆให้ดูด้วย น่ารักดี (ไม่แน่ใจว่าภาพถ่ายจะลงได้มั้ย google เถอะ 555+) เราไม่ค่อยรู้จักนักวาดคนอื่น ที่คุ้นตาก็มี Tintin, Smurfs นั่นแหล่ะนะ

ที่น่าประหลาดใจคือเราเจอหุ่นจาก Ghibli อยู่ที่นี่ด้วยยยย นี่มัน Porco Rossooooooo

brussel_IMG_0297 (1)

ออกจากที่นี่ เดินกลับไปเอากระเป๋าและนั่งรถต่อไป Gare du Nord ปรากฏว่าดันนั่งรถผิดสายไปโผล่ที่ Midi! ดีจริงๆที่เผื่อเวลาไว้ประมาณหนึ่งเลยกลับมาทัน แต่ที่ไม่ทันคือไม่ทันส่งโปสการ์ด ตอนนั้นถึงสถานีก็รีบเดินหารถเลยค่ะ รถมาจอดรอละเลยไม่ได้ตามหาตู้ไปรษณีย์ นับเป็นความพลาดอย่างหนึ่ง

บัสขากลับแวะจอดที่ Roermond ทีแรกตั้งใจเอาโปสการ์ดไปหย่อนตู้ละ…เดชะบุญเห็นตู้แล้วนึกขึ้นมาได้ว่า…นี่มันอยู่เขตเนเธอร์แลนด์แล้ว ติดแสตมป์ผิดประเทศไม่น่าจะส่งถึง เลยต้องเก็บมาถึงเยอรมัน จบทริปด้วยแบทมือถือและแบทกล้องเหลือ 0%  มันชัทดาวน์ตัวเองไปเลย คงถือว่าเป็นการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพประมาณหนึ่ง 😛

ก่อนไป..เคยมีคนบอกว่าบรัสเซลล์เที่ยวครึ่งวันก็ทั่วแล้ว แต่เราอยู่สองวันยังรู้สึกเดินไม่ทั่วเมืองเลย (อีกนัย..อาจจะเป็นมนุษย์เที่ยวต๊ะต่อนยอนเกินไป พระอาทิตย์ตกเร็วด้วยเวลาเที่ยวน้อย ฮ่าๆ) รวมๆแล้วดีใจที่มีโอกาสได้ไปบรัสเซลล์ก่อนข่าวก่อการร้าย เพราะถ้าแพลนไปหลังช่วงนั้นแล้วไปเจอช่วงปิดเมืองจับโจรคงแย่น่าดู แถมหลังจากข่าวออกมาก็ไม่อยู่ในโหมดอยากไปที่นี่ซักเท่าไหร่แล้ว แต่ยังอยากไปเมืองอื่นๆของเบลเยี่ยมอยู่นะ อยากไปลอง Beer testing ที่นี่ด้วย ไว้ถ้าตั๋วถูกมาเวลามีคงได้เจอกันใหม่แหล่ะ

ขอส่งท้ายด้วย Grand Place…อีกมุมละกันนะ บางมุมปิดซ่อมก็เป็นภาพวาดตั้งอยู่(ฮา) แต่รวมๆก็สวยงามสมกับที่ยูเนสโก้การันตีอยู่นั่นแล  🙂

P1000989

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s