เรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี เริ่มตรงไหนดี ?

นั่นสินะ! อยากไปเรียนต่อที่เยอรมัน เริ่มตรงไหนดี ?

เป็นคำถามที่ชอบมีคนมาถามเรื่อยๆนะ เราคิดว่าเป็นเพราะข้อมูลการศึกษาต่อ วีซ่า อะไรพวกนี้ ของเยอรมันค่อนข้างหายากถ้าเทียบกับประเทศที่เป็นที่นิยม อย่างอังกฤษ ออสเตรเลีย ที่มีเอเจนท์คอยดูแลให้ (อเมริกาไม่แน่ใจ ไม่เคยหาข้อมูลฝั่งนั้น คือเคยไปแล้วไม่รู้สึกว่าอยากอยู่ที่นั่นก็เลยมองผ่านๆไป) เคยตอบหลายๆคนไปก็เลยอยากมาเขียนไว้ ต่อไปใครถามก็จะได้ส่งลิ้งให้ (ฮ่าๆ) นี่แหล่ะที่มา

ข้อดีของการมาเรียนต่อที่นี่ ที่เราคิดเองหลักๆ คือ

1) ค่าเทอมถูก

2) Cost of living ถูก เทียบกับประเทศในแถบยุโรปด้วยกัน

3) หลังเรียนจบ จะได้วีซ่าที่มีโอกาสหางานที่นี่ทำได้ 18 เดือน ก่อนกลับไทย

สิ่งแรกที่เราอยากบอกคือ มาอยู่ที่นี่ ต้องรู้จักพึ่งตนเองค่ะ (เพราะท่านต้องใช้สกิลนี้อีกเยอะ ฮ่าๆๆ) การหาข้อมูลศึกษาต่อ สามารถหาได้ใน website ตามนี้

http://www.dw.de/study-in-germany
http://www.study-in.de
http://www.studienwahl.de
http://www.daad.de/admission

อย่างแรก ลองหาข้อมูลว่าเราอยากเรียนต่อด้านไหน ภาษาเยอรมัน หรือภาษาอังกฤษ มีมหาลัยไหนเปิดหลักสูตรบ้าง ค่าเทอมเท่าไหร่ อันนี้สามารถ add filter ดูได้ในเวบเลย จากนั้นก็เข้าไปอ่านข้อมูลหลักสูตรในเวบของมหาลัยอีกทีว่าตรงกับความต้องการของเรามั้ย เอกสารที่มหาลัย required แต่ละที่ก็ต่างกัน ตอนที่เรามาภาษาอังกฤษใช้ยื่นได้ทั้ง Toefl / IELTS นะ หลักสูตรที่เราเรียนเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นสิ่งที่เราเขียนก็อ้างอิงจากประสบการณ์ของเราเองเป็นหลักนะคะ

เราคิดว่า ที่คนไม่นิยมมาเรียนต่อที่เยอรมัน เพราะว่ากลัวเรื่องภาษา คือเราว่าพูดภาษาเยอรมันได้เป็น asset ที่ดี แต่ถ้าไม่ได้ เราคิดว่าพูดแต่อังกฤษนั้นก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น คือคนที่นี่เท่าที่เคยเจอก็สามารถพูดอังกฤษได้ในขั้นดีนะ ทั้งนี้ก็แล้วแต่เมือง ถ้าเมืองใหญ่ก็มีโอกาสจะเจอคนพูดได้มากขึ้น แต่ถ้าได้มาอยู่ที่นี่ก็น่าจะลองลงเรียนภาษาเยอรมันด้วยเพราะถ้าได้ภาษาเนี่ย ใช้ชีวิตก็ง่ายและโอกาสได้งานทำก็มากขึ้นด้วย เพราะที่มหาลัยเองมักจะมี language center ที่เปิดสอนภาษาแก่นักศึกษาฟรีค่ะ (มหาลัยเราฟรี และเท่าที่ทราบหลายมหาลัยก็เป็นแบบนั้น ทั้งนี้ก็เช็คได้จากเวบของมหาลัยนั่นแหล่ะค่ะว่ามีคอร์สอะไรให้บ้าง) แต่ข้อเสียคือ เรียนภาษาที่มหาลัยช่วงต้นๆเทอมจะมีคนสนใจอยากเรียนเยอะ 55+ เราเองตอนปิดเทอมเคยไปลงเรียนที่ VHS ก็ไม่คิดว่าแย่นะ (ที่ไม่ลงเกอเธ่เพราะค่าเรียนโหดไปสำหรับเรา ฮ่าๆ) นักเรียนต่อห้องที่เราเจอน้อยกว่าที่มหาลัย แล้วเรียนตอนปิดเทอมก็ดีที่เรียนทุกวันได้ใช้บ่อยๆ แต่ก็ได้ยินว่าบางสถาบันก็ดีกว่า จำนวนนักเรียนต่อห้องน้อยกว่าไรงี้  – บอกไปงั้น ส่วนตัวก็ยังไม่ได้เรียนเยอรซักเท่าไหร่เลยเพราะก็ยุ่งๆเรื่องเรียนโทอยู่เหมือนกัน

ข้อดีอื่นของการมาเรียนที่เยอรมัน คือหลังเรียนจบเราจะได้วีซ่าหางาน 18 เดือน (ไม่ว่าจะเรียนหลักสูตรอินเตอร์หรือเยอรมันก็ตาม) ก็เป็นโอกาสอันดี บริษัทใหญ่ๆของเยอรมันก็มีหลายที่ทีเดียว แต่อย่าลืมว่าก็ต้องแข่งกับคนที่นี่ที่ใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาแม่อีกต่างหากนะ อันนี้ก็แล้วแต่การวางแผนชีวิตของแต่ละคน อาจจะเรียนจบแล้วกลับไปหางานที่ไทยหรือยังไงก็ตาม นี่เป็นแค่โอกาสหนึ่งของท่านค่ะ  🙂

สำหรับเรา เรียนเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษค่ะ ภาษาเยอรมันของเราก่อนมาเราไปเรียนที่เกอเธ่ จบแค่ A1  แต่หลักฐานที่มหาลัยขอส่วนมาก หลักสูตรภาษาอังกฤษไม่ได้จำเป็นต้องใช้ผลเรียนภาษาเยอรมันนะ แต่ถ้าหลักสูตรเรียนเป็นเยอรมัน ก็ต้องสอบวัดระดับให้ได้ตามที่เค้ากำหนด ขอโชคดีจงมีแก่ท่านฮ่ะ..

ค่าเรียนของที่นี่ แล้วแต่หลักสูตร filter ได้ในเวบข้างต้นเช่นกัน ตอนนี้ส่วนใหญ่เกือบทุกรัฐน่าจะเป็น Free tuition fee  แล้วนะ อาจต้องเสียเป็นค่า Semester fee ประมาณไม่เกิน 500 ยูโรต่อเทอม (อันนี้ต้องดูข้อมูลของแต่ละมหาลัยแต่ละหลักสูตรนะคะ) อย่างเช่นของเรา เสียประมาณ 260 ยูโร แต่จะได้ student ticket สำหรับขึ้นรถโดยสารสาธารณะในรัฐ NRW ฟรีหมด ทั้งรถไฟ RE (ไม่รวมพวกรถเร็วอย่าง EC, ICE) รถราง แทรม บัส (แต่ละรัฐกำหนดไม่เหมือนกัน อย่างที่บาเยิร์น เราเข้าใจว่าในมิวนิคนี่มีแยกพื้นที่เป็น ring และใช้ได้ในเขตที่กำหนด) แต่บางหลักสูตรพวก Business School ก็มีเก็บค่าเรียนเหมือนกันนะ อันนี้เลยต้องย้ำว่าเช็คกับเว็บมหาลัยดีที่สุดค่ะ

นอกจากค่า Semester ticket เราก็เสียแค่ค่าใช้จ่ายของตัวเอง ได้แก่ ค่าเช่าบ้าน แล้วก็ค่ากินอยู่ เท่านั้นค่ะ เรื่องบ้านแล้วค่อยมาพูดอีกทีครั้งหน้าละกัน

ส่วนเรื่อง Rank ของมหาลัย อันนี้ก็แล้วแต่คนละว่าจะแคร์ Rank ของมหาลัยขนาดไหน ส่วนตัวความคิดของเรา มหาลัยที่นี่ต้องผ่านการเช็คมาตรฐานก่อนจะเปิดได้ เราเลยคิดว่ามาตรฐานโดยเฉลี่ยแล้วเรียนที่ไหนก็โอเค (คือเพื่อนเยอรมันของเราบอกว่าก็จะเลือกเรียนใกล้บ้านถ้ามีหลักสูตรที่เค้าสนใจ  – ถ้าคอร์สได้ accredit น่ะนะ) ตอนที่หาข้อมูลมหาลัยในเยอรมัน การจัดอันดับมันจะไม่ค่อยชัดเจน เหมือนเค้าจะมองว่า เอาส้มไปเทียบกับแอปเปิ้ล คือจะให้ Rank เอาอะไรมาเทียบกันล่ะ จะมองด้านคอร์สเรียน วิชา นักศึกษาต่างชาติ การ support นักศึกษา  ฯลฯ บางมหาลัยก็ไม่ร่วมจัดอันดับด้วยซ้ำ แต่ก็มีการ Rank อยู่นะ ลอง search CHE หาดูได้  และมหาลัยที่ดังๆก็มีหลายที่ (ขออนุญาตไม่ยกตัวอย่างเพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ) ทั้งนี้ส่วนตัวเราคิดว่า แค่หาหลักสูตรที่อยากเรียนได้ก็บุญละ เพราะพอ filter เอาที่เค้าไม่ใช้เยอรออกไปก็หายไปเยอะ ฮ่าๆ

สำหรับค่ากินอยู่ อันนี้แล้วแต่คน กินหรูอยู่ดี ทำกับข้าวกินเอง หรือยังไง แต่สำหรับเราคิดว่า ค่ากินที่นี่ไม่ได้ต่างจากกรุงเทพมากๆนะ ในซุปเปอร์ของก็ราคาโอเคกว่าหลายประเทศแถบนี้ที่เคยไปเยี่ยมเยือนมา เลขโดยเฉลี่ย cost of living ของนักเรียนที่นี่อยู่ที่ประมาณ 670 Euro  ลองดูตารางค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเก็บเป็นไอเดียที่นี่ก็ได้ค่ะ  http://www.numbeo.com/cost-of-living/country_result.jsp?country=Germany

สำหรับคนที่คิดว่าจะทำอาหารกินเอง ราคาเปรียบเทียบของใน Supermarket คร่าวๆก็หาได้ที่  http://www.discounter-preisvergleich.de/preisvergleich.php

ดังนั้นสรุป..เริ่มตรงไหน ส่วนตัวคิดว่าเริ่มจากหาคอร์สที่อยากเรียนก่อนเลยฮะ แล้วอย่างอื่นเรามาพิจารณากันทีหลัง!

ไว้ครั้งหน้าถ้ามีเวลา จะพยายามมาพูดถึงเรื่องเอกสาร, uni-assist หรือเรื่องการหาบ้านที่นี่นะคะ 🙂

Advertisements

3 thoughts on “เรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี เริ่มตรงไหนดี ?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s